5 วิธีบำรุงรักษาระบบ CEMS: ยืดอายุการใช้งาน

ระบบตรวจวัดมลพิษทางอากาศจากปล่องแบบต่อเนื่อง (Continuous Emission Monitoring System - CEMS) ไม่ได้เป็นเพียงข้อบังคับทางกฎหมายสำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญที่สะท้อนถึงประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตและระบบบำบัดมลพิษของคุณ การลงทุนในการ บำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance) จึงเป็นการตัดสินใจที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อให้ระบบ CEMS ทำงานได้อย่างแม่นยำ มีเสถียรภาพ และมีอายุการใช้งานยาวนาน บทความนี้จะนำเสนอ 5 แนวทางปฏิบัติโดยละเอียดที่โรงงานของคุณควรนำไปปรับใช้

1. การสอบเทียบ (Calibration) ตามกำหนดเวลาอย่างเคร่งครัด: หัวใจของความแม่นยำ

เป้าหมาย: เพื่อให้มั่นใจว่าเครื่องมือวัด (Analyzer) สามารถอ่านค่าได้ "ถูกต้อง" และ "แม่นยำ" เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐาน การสอบเทียบไม่ใช่แค่การตรวจสอบ แต่เป็นการปรับจูนเครื่องมือให้กลับมาวัดค่าได้ตรงตามความเป็นจริง ซึ่งเป็นทั้งข้อบังคับตามกฎหมายและรากฐานของความน่าเชื่อถือทั้งหมด

สิ่งที่ต้องทำ:

  • การสอบเทียบค่าประจำทุกๆ 3 เดือน (Zero & Span Check):
     -  Zero Check: ใช้ก๊าซอ้างอิงที่ไม่มีสารที่ต้องการวัด เพื่อตั้งค่า "จุดศูนย์" ให้ถูกต้อง
     -  Span Check: ใช้ก๊าซมาตรฐาน (Standard Gas) ที่ทราบความเข้มข้น เพื่อตรวจสอบและปรับเทียบการอ่านค่าของเครื่องมือ
  • การทดสอบความถูกต้องสัมพัทธ์ (Relative Accuracy Test Audit - RATA):
     -  เป็นการทวนสอบครั้งใหญ่ประจำปีที่ ต้องทำโดยหน่วยงานภายนอก (Third Party) ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนจากกรมโรงงานอุตสาหกรรม
     -   วิธีการ: ผู้ตรวจสอบจะติดตั้งเครื่องมือวัดชุดอ้างอิง (Reference Method) ควบคู่ไปกับระบบ CEMS ของโรงงาน และเก็บตัวอย่างก๊าซพร้อมกัน จากนั้นนำผลมาเปรียบเทียบเพื่อหาค่าความถูกต้องสัมพัทธ์
     -    ความถี่: โดยทั่วไปทำทุกๆ 6 เดือน หรืออย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ตามที่กฎหมายกำหนด

คำแนะนำ: จัดทำ ปฏิทินการสอบเทียบ ที่ชัดเจน, เก็บรักษา ใบรับรอง (Certificate) ของถังก๊าซมาตรฐานทุกล็อต, และบันทึกผลการสอบเทียบทุกครั้งอย่างเป็นระบบ เพื่อเป็นหลักฐานและข้อมูลในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพของระบบ

2. การดูแลระบบนำส่งตัวอย่างก๊าซ (Sample Handling System): "เส้นเลือด" ของ CEMS

เป้าหมาย: เพื่อนำส่ง "ตัวอย่างก๊าซที่เป็นตัวแทน" จากปล่องมายังเครื่องมือวัด โดยไม่มีการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติหรือความเข้มข้น มีข้อมูลระบุว่า กว่า 80% ของปัญหาที่เกิดกับระบบ CEMS มาจากความล้มเหลวของส่วนนี้ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือวัดเอง สิ่งที่ต้องตรวจสอบเป็นประจำ:

  • หัววัดและไส้กรองที่ปล่อง (Probe & Primary Filter): เป็นด่านแรกที่เผชิญกับฝุ่นและความร้อนสูง
     -   ถอดไส้กรองทำความสะอาด: ทุก 1-2 เดือน (ความถี่ขึ้นกับการอุดตัน) โดยใช้ลมเป่า
     -   เปลี่ยนไส้กรอง: แนะนำทุก 3-6 เดือน เนื่องจากมีการสะสมของฝุ่นละอองและขี้เถ้า
     -   ทำความสะอาดหัววัด (Probe): ทุก 1 เดือน โดยใช้ลม Instrument Air เป่าทำความสะอาด และใช้แปรงลวดทองเหลืองขัดสิ่งอุดตันบริเวณรูหัววัดที่ดูดก๊าซตัวอย่าง
  • ท่อส่งตัวอย่างก๊าซ (Heated Line): ต้องรักษาอุณหภูมิให้สูงพอ (ปกติประมาณ 120°C) เพื่อป้องกันไอน้ำและกรดควบแน่นเป็นของเหลว ซึ่งจะไปละลายก๊าซ SO₂ และ NOx ทำให้ค่าที่วัดได้ต่ำกว่าความเป็นจริง
     -   ตรวจสอบ Performance ของ Heater: ว่ายังทำอุณหภูมิได้ตามกำลังหรือไม่
     -   ทำความสะอาดท่อส่งตัวอย่างก๊าซ: ใช้ลม Instrument Air แรงดัน 4-6 บาร์เป่าทำความสะอาด หากมีสิ่งอุดตันมาก ควรใช้น้ำบริสุทธิ์ในการทำความสะอาดและเป่าให้แห้งสนิท
  • ระบบลดความชื้น (Sample Cooler / Dryer): ทำหน้าที่ดึงไอน้ำออกจากตัวอย่างก๊าซก่อนเข้าเครื่องมือวัด
     -   ตรวจสอบ Performance ของ Cooler: ว่ายังทำอุณหภูมิได้ตามค่าที่ตั้งไว้ (เช่น 3-5°C)
     -   ตรวจสอบ Performance ของ Dryer: ว่ามีรอยแตกหรือฉีกขาด และยังรีดน้ำได้ดีอยู่หรือไม่ แนะนำเปลี่ยนท่อยางรีดน้ำทุก 6-12 เดือน
     -   ระบบระบายน้ำคอนเดนเสท (Condensate Drain): ต้องไม่มีสิ่งสกปรกมาอุดตันตรงท่อระบายน้ำ
  • ปั๊มดึงสารตัวอย่าง (Sample Pump): เป็นหัวใจในการดูดก๊าซจากปล่องมายังระบบ
     -  ตรวจสอบแผ่นไดอะแฟรม (Diaphragm) และแผ่นเช็ควาล์ว (Check Valve): ดูว่ามีสิ่งอุดตันหรือไม่ เพราะจะทำให้เกิดเสียงการทำงานที่ผิดปกติ หรือทำให้ปั๊มเสียหายได้
     -   เปลี่ยนแผ่นไดอะแฟรมและแผ่นเช็ควาล์ว: แนะนำทุก 6-12 เดือน

คำแนะนำ: จัดทำ Checklist การตรวจสอบประจำวัน (Visual Check) และวางแผนการเปลี่ยนอะไหล่สิ้นเปลือง (เช่น ไส้กรอง, O-ring) ประจำเดือน/ไตรมาส

3. การจัดการระบบเก็บและประมวลผลข้อมูล (DAS): "สมอง" ที่ต้องไม่ผิดพลาด

เป้าหมาย: เพื่อให้มั่นใจว่า "สมอง" ของระบบ CEMS ทำงานถูกต้อง, บันทึกข้อมูลครบถ้วน และคำนวณค่าเฉลี่ยได้ตรงตามที่กฎหมายกำหนด

สิ่งที่ต้องทำ:

  • สำรองข้อมูล (Data Backup): ทำการสำรองข้อมูลการตรวจวัดและค่า config ของระบบอย่างสม่ำเสมอ (อย่างน้อยทุกสัปดาห์) เพื่อป้องกันข้อมูลสูญหายจากเหตุสุดวิสัย เช่น ไฟฟ้าดับ หรือฮาร์ดดิสก์เสีย
  • ตรวจสอบเวลาของระบบ (System Clock): ตรวจสอบให้แน่ใจว่าวันและเวลาของคอมพิวเตอร์ DAS ถูกต้องเสมอ เพราะมีผลโดยตรงต่อการประทับเวลา (Timestamp) ของข้อมูล
  • ตรวจสอบไฟล์ Log ของระบบ: หมั่นตรวจสอบ Log File เพื่อดูว่ามีข้อความแจ้งเตือน (Warning) หรือข้อผิดพลาด (Error) ใดๆ เกิดขึ้นกับระบบหรือไม่
  • อัปเดตซอฟต์แวร์: ปรึกษาผู้จำหน่าย (Vendor) เพื่อทำการอัปเดตซอฟต์แวร์เป็นเวอร์ชันล่าสุด เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง (Bugs) และเพิ่มความปลอดภัย

4. การจัดการอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองเชิงรุก: ลด Downtime ให้เป็นศูนย์

เป้าหมาย: เพื่อลดระยะเวลาที่ระบบหยุดทำงาน (Downtime) ให้สั้นที่สุดเมื่อเกิดปัญหา การรอสั่งซื้ออะไหล่หลังจากที่ระบบเสียแล้ว อาจหมายถึงข้อมูลที่ขาดหายไปหลายวัน ซึ่งส่งผลกระทบต่อการรายงานผลตามกฎหมาย

รายการที่ควรมีสำรอง (Minimum Stock):

  • วัสดุสิ้นเปลือง: ไส้กรองทุกขนาด, O-ring และซีลต่างๆ, น้ำยาสำหรับระบบลดความชื้น (ถ้ามี)
  • อะไหล่ที่สำคัญ (Critical Spares): แนะนำให้ปรึกษา Vendor แต่โดยทั่วไปควรมี เช่น ปั๊มสำรอง, แผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์บางตัว, เซ็นเซอร์วัดออกซิเจน, หัววัด (Probe) สำรอง

คำแนะนำ: จัดทำรายการอะไหล่และวัสดุสิ้นเปลืองที่ต้องใช้ทั้งหมด พร้อมกำหนด จุดสั่งซื้อใหม่ (Re-order Point) เพื่อให้มีของพร้อมใช้งานเสมอ

5. การพัฒนาบุคลากรและจัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (SOPs): การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

เป้าหมาย: เพื่อให้ผู้ปฏิบัติงานมีความรู้ความสามารถในการดูแลและแก้ไขปัญหาระบบได้ด้วยตนเองในเบื้องต้น ระบบที่ดีที่สุดก็ไร้ค่า หากผู้ใช้งานไม่มีความเข้าใจในการดูแลรักษา

สิ่งที่ต้องทำ:

  • การฝึกอบรม (Training): จัดอบรมทบทวนความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ทั้งจากผู้จำหน่ายและโดยหัวหน้างานที่มีประสบการณ์
  • จัดทำคู่มือปฏิบัติงาน (SOPs):
    -   สร้าง SOP ที่เป็นภาษาไทย เข้าใจง่าย มีรูปประกอบ สำหรับขั้นตอนที่ต้องทำเป็นประจำ เช่น การตรวจสอบประจำวัน, การรับมือกับ Alarm ต่างๆ
     -   จัดทำคู่มือการแก้ไขปัญหาเบื้องต้น (Troubleshooting Guide) สำหรับปัญหาที่พบบ่อย
  • การบันทึก (Logbook): สร้างวัฒนธรรมการจดบันทึกทุกครั้งที่มีการบำรุงรักษา, แก้ไข, หรือพบเหตุการณ์ผิดปกติ สิ่งนี้จะเป็นข้อมูลล้ำค่าในการวิเคราะห์ปัญหาระยะยาว

ASE Tips:
การดูแล CEMS ที่ดี ไม่ใช่แค่ "ปฏิบัติตามกฎหมาย" แต่คือการ ประกันความมั่นคงของกระบวนการผลิต และ ความน่าเชื่อถือของโรงงานในระยะยาว
อย่ารอให้เสียแล้วซ่อม! การบำรุงรักษาเชิงรุกที่ดีกว่าเสมอ ดีกว่าการแก้ปัญหาเมื่อระบบล่มและส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
ASE: พาร์ตเนอร์ระบบวัดผล ที่เข้าใจทั้งเทคโนโลยีและการใช้งานหน้างานจริง
✅ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือต้องการคำปรึกษา ได้ที่ : 
- Email: sales@ase-thai.com
- LINE: @ase-thai
- โทร: 083-298-9222

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้