ในกระบวนการบริหารจัดการน้ำเสียอุตสาหกรรม ดัชนีชี้วัดที่วิศวกรต้องให้ความสำคัญสูงสุดคือ ค่า COD (Chemical Oxygen Demand) และ BOD (Biochemical Oxygen Demand) เนื่องจากเป็นพารามิเตอร์ที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเคร่งครัด การใช้เทคโนโลยีตรวจวัดที่มีความแม่นยำสูงจึงเป็นปัจจัยชี้ขาดในการลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย
COD และ BOD: ความแตกต่างในเชิงวิศวกรรม
- BOD (Biochemical Oxygen Demand): ปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ใช้ย่อยสลายสารอินทรีย์ ใช้เวลาบ่ม 5 วัน (BOD5)
- COD (Chemical Oxygen Demand): ปริมาณออกซิเจนที่ใช้ในการออกซิไดซ์สารด้วยสารเคมี ใช้เวลาวิเคราะห์เพียง 2-3 ชั่วโมง เหมาะสำหรับการควบคุมกระบวนการ (Process Control) แบบ Real-time
เกณฑ์มาตรฐานค่า COD ตามกฎหมายประเทศไทย
ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม (พ.ศ. 2560) โรงงานต้องควบคุมน้ำทิ้งดังนี้:
| พารามิเตอร์ (Parameter) | ค่ามาตรฐานสูงสุด (Limit) |
|---|---|
| ค่า COD มาตรฐาน | ไม่เกิน 120 mg/L |
| ค่า BOD มาตรฐาน | ไม่เกิน 20 mg/L |
เทคโนโลยีการตรวจวัด Online COD Analyzer
ปัจจุบันมีการใช้ระบบ Automation เพื่อติดตามค่าความสกปรกอย่างต่อเนื่อง:
- UV-Vis Spectroscopy: วัดการดูดกลืนแสงเพื่อคำนวณค่า COD โดยไม่ใช้สารเคมี (Reagent-free)
- Dichromate Method (Online): ให้ความแม่นยำสูงสุดและสอดคล้องกับวิธีมาตรฐานห้องแล็บ
- Data Integration: เชื่อมต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบ SCADA/DCS ผ่าน Modbus TCP/IP เพื่อการแจ้งเตือนแบบ Real-time
การวิเคราะห์ BOD/COD Ratio
สัดส่วนนี้ช่วยให้วิศวกรเลือกเทคโนโลยีบำบัดน้ำเสียที่เหมาะสม:
- Ratio > 0.5: ย่อยสลายง่าย เหมาะกับระบบ Biological Treatment
- Ratio < 0.3: ย่อยสลายยาก อาจต้องใช้ระบบ Physico-chemical Treatment
